วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Conficker ยังคงแพร่เชื้อสู่คอมพ์ 50,000 เครื่องต่อวัน

บริษัทแอนตี้ไวรัสไซแมนเทคเผยผลสำรวจล่าสุด พบว่าหนอน Conficker ยังไม่สิ้นฤทธิ์ เพราะยังพบการระบาดอย่างหนักทั่วโลกแม้ว่าจะไม่ใช่ไวรัสตัวใหม่และมีการอัป เดทให้ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสสามารถตรวจจับหนอนชนิดนี้ได้แล้ว

ไซแมนเทค (Symantec) กล่าวถึงการระบาดต่อเนื่องของหนอน Conficker ว่ายังพบการติดเชื้อใหม่ในคอมพิวเตอร์ทั่วโลกราว 50,000 เครื่องต่อวัน จุดนี้ Guy Bunker ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของไซแมนเทคให้ข้อมูลไว้ใน บล็อกของตัวเองว่า ตั้งแต่หนอน Conficker เริ่มแพร่กระจายตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอเมริกา บลาซิล และอินเดีย เป็นสามประเทศอันดับต้นที่มีอัตราการติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 350,000 เครื่อง (ต่อประเทศ)

Bunker แสดงความเห็นว่าแม้ในสายตาสื่อมวลชนจะมองว่าหนอน Conficker เป็นหนอนตัวเก่าที่ชาวไอทีรับทราบข่าวและมีการป้องกันระมัดระวังตัวเองจนดู เหมือนว่าหนอนชนิดนี้จะมีการแพร่กระจายตัวที่ลดลง ใน ทางตรงกันข้าม หนอน Conficker กลับยังคงแพร่กระจายตัวเองต่อเนื่องในวงกว้าง ซึ่งนอกจากสหรัฐฯ บราซิล และอินเดีย ประเทศอย่างแมกซีโก อิตาลี และจีน ก็เชื่อว่าจะมีเครื่องที่ได้รับเชื้อ Conficker อย่างน้อย 89,000 เครื่อง

สำหรับ Conficker นั้นเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายที่มีเป้าหมายจู่โจมในวัน April Fool's Day หรือ 1 เมษายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวเตือนภัยอย่างคึกคักในช่วงแรกแต่หลังจากนั้นข่าวคราวของ Conficker กลับเงียบหายไป โดยสถิติการแพร่ระบาดพบว่าหนอนชนิดนี้สร้างปัญหาให้กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ในองค์กรรัฐ บริษัท และภาคการศึกษา มากกว่ากลุ่มผู้ใช้ทั่วไป

ThaiCERT ให้ข้อมูลว่า W32.Conficker.C หรือ W32.Downandup.C เป็นหนอนที่แพร่กระจายตัวเองโดยโจมตีผ่านช่องโหว่ Windows Server service หากเครื่องที่มีช่องโหว่นี้เปิดให้บริการการแชร์ไฟล์ไว้ จะมีโอกาสที่ถูกหนอนชนิดนี้ฝังตัวไว้ภายใน จุดเด่นของหนอนชนิดนี้คือ รายงานและผลการวิเคราะห์การทำงานของหนอนชนิดนี้ที่พบว่า ในวันที่ 1 เมษายน 2552 หนอนชนิดนี้จะสร้างรายชื่อโดเมนจำนวน 50,000 ชื่อ และทำการเชื่อมต่อไปยังโดเมนที่สร้างขึ้นด้วยคำต่อท้าย (suffix) ต่างชื่อกันโดยอัติโนมัติ

ผล คือการให้บริการของระบบ และผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยอาจเกิดการผิดพลาดหรือไม่ทำงาน รวมถึงอาจเกิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ เนื่องจากหนอนชนิดนี้จะทำการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ในวันที่ 1 เมษายน 2552 ด้วยตัวเอง และเชื่อมต่อกับเครื่องอื่นที่เปิดให้บริการการแชร์ไฟล์ และสามคือหนอนจะเปิดพอร์ตที่ผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดช่องโหว่ในระบบคอมพิวเตอร์

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

http://img.bongbank.net/ix/x4sqw.png
( ภาพประกอบจาก New Richmond School Technology School Blog )

รายละเอียดหนอน Conficker จาก ThaiCERT
- W32.Conficker.C หรือ W32.Downandup.C

ไวรัสเล่นงานเครือข่ายคอมพ์ US Marshals และ FBI เดี๊ยง


ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานด้านกฏหมายสหรัฐฯจำนวนมากถูกไวรัส คอมพิวเตอร์นาม Mystery เล่นงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ FBI และ U.S. Marshals ซึ่งตัดสินใจปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหน่วยงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด การโจรกรรมข้อมูลในภายหลัง

หน่วยงาน U.S. Marshals ของสหรัฐฯยอมรับว่าได้ตัดสินใจปิดการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างหน่วย งานกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้นหลังจากมีการตรวจพบว่าระบบคอมพิวเตอร์ของ U.S. Marshals ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตี เช่นเดียวกับ FBI ซึ่งระบุว่าเคยถูกโจมตีลักษณะนี้มาแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง

Mike Kortan โฆษก FBI ให้ข้อมูลว่าไม่ใช่เพียง U.S. Marshals และ FBI ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ โดยระบุว่าระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานสหรัฐฯหลายแห่งถูกไวรัส Mystery โจมตี แต่ปฏิเสธที่จะบอกชื่อหน่วยงานเพิ่มเติม

สำหรับการโจมตีครั้งนี้ Nikki Credic โฆษกหญิงของ Marshals กล่าวว่าระบบคอมพิวเตอร์เริ่มมีปัญหาเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่ระบบคอมพิวเตอร์ของ FBI จะเริ่มพบปัญหาในลักษณะเดียวกัน

เมื่อพบปัญหา US Marshals จึงรักษาความปลอดภัยข้อมูลเบื้องต้นด้วยการปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและ กล่องอีเมลขณะที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา ซึ่งทาง FBI ก็ดำเนินมาตรการป้องกันเบื้องต้นในลักษณะเดียวกัน

รายงาน ไม่ได้ระบุตัวเลขการประเมินความเสียหายขั้นต้นหรือจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ในเครือข่ายที่ได้รับผลกระทบ โดย US Marshals นั้นเป็นหน่วยงานบังคับคดีอาญาขณะที่ FBI เป็นหน่วยงานข่าวกรอง ทั้งสองหน่วยงานอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และทั้งสองหน่วยงานล้วนมีข้อมูลสำคัญที่นำไปใช้เป็นเบาะแสเพื่อการปราบปราม การทุจริตนานารูปแบบในสหรัฐฯ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

มองข้าม Vista แล้วเลือก Windows 7

นักวิจัยจากการ์ทเนอร์แนะนำลูกค้าให้มองข้าม Windows vista ไปเลย หากยังไม่พร้อมที่จะอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้กับคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยให้เหตุผลว่า Windows 7 ที่กำลังจะวางตลาดในปีนี้มีคุณสมบัติการทำงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายในวิสต้าอีกด้วย

การมาของ Windows 7 จึงอาจหมายถีง วาระสุดท้าย (ไม่ต้องเกิดในตลาดองค์กร) ของ Vista จริงๆ โดยประเด็นใหญ่ที่ทำให้องค์กรต่างๆ เมินโอเอสตัวนี้ก็คือ ปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่พบอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพความเร็ว ตลอดจนความไม่มีเสถียรภาพในการทำงานของมัน ซึ่งความคิดเห็นของนักวิจัยทางด้านไอทีของการ์ทเนอร์ แนะนำให้ลูกค้ากลุ่มองค์กรที่ยังไม่พร้อมจะย้ายจาก Windows XP ไปเป็น Vista ให้ยกเลิกแผนการณ์ทั้งหมด

"ไมโครซอฟท์คาดว่าจะสามารถวางตลาด Windows 7 ได้ทันในฤดูชอปปิ้งช่วงวันหยุดปลายปี 2009 องค์กรต่างๆ ที่มีแผนใช้ Windows Vista ควรจะยกเลิกแผนการนี้ไป โดยให้มุ่งเน้นไปที่ Windows 7 แทน" Michael Silver นักวิจัยการ์ทเนอร์ได้เขียนไว้ในรายงานประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาให้เหตุผลว่า Windows 7 มีคุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจมากมาย อย่างเช่น BranchCache ที่อนุญาตให้พนักงานที่ทำงานอยู่ในสำนักงานที่ห่างไกลออกไปสามารถรับเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานสาขาแม่ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยข่าวสารดังกล่าวจะถูกเก็บ(caching)ไว้บนเครือข่ายของสำนักงานเอง หรือคุณสมบัติการทำงานที่เรียกว่า AppLocker ที่ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายไอทีสามารถควบคุมการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ของผู้ใช้ ว่าต้องการให้ใช้ หรือไม่ให้ใช้แอพฯตัวไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติการทำงานเหล่านี้จะมีอยู่ใน Windows 7 Enterprise Edition หรือ Ultimate เท่านั้น

"มองข้าม Vista แล้วเลือก Windows 7" ข้อสรุปของนักวิจัยการ์ทเนอร์ ซึ่งนอกจากการให้เหตุผลด้วยการชูคุณสมบัติเด่นของ Windows 7 แล้ว ในแง่ของการใช้ความพยายามที่จะอัพเกรดจาก XP ไป Vista ไม่ได้ต่างจากการกระโดดไปใช้ Windows 7 เลย โดยเวลาทีใช้ในการอัพเกรดโอเอสของทั้งองค์กรจะไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ ในขณะที่ได้คำตอบของการใช้งานที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีองค์กรใหญ่เพียงแค่หยิบมือเท่านั้นที่ได้ย้ายจาก XP ไปใช้ Vista แล้ว ซึ่งปรากฎว่า ผู้ใช้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่บ่นอุบเกี่ยวกับความต้องการฮาร์ดแวร์ของวิสต้า รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย และความเข้ากันได้ในการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันที่ใช้อยู่เดิม

ที่มา : ARiP

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทำภาพดิสเพลย์แบบสไลด์ในโปรแกรม Windows Live Messenger ด้วย MSN Pictures Displayer

พอดีช่วงหลังๆมักจะเปลี่ยนภาพ Display Picture ในโปรแกรม Windows Live Messenger อยู่บ่อยครั้ง เลยคิดดูว่าน่าจะทำให้มันเปลี่ยนภาพไปเรื่อยๆดูจะได้ ไหมหว่า?

พอคิดแบบนั้นเลยลองหาวิธีดูจนไปพบกับโปรแกรม MSN Pictures Displayer เข้า โปรแกรมนี้นอกจากฟรี ยังมีดีที่รองรับภาษาไทยเสียด้วยสิ

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีโปรแกรมสามารถตามไปดาวน์โหลดเวอ ร์ชั่นล่าสุดได้จากเว้ปผู้พัฒนาตามลิงค์ข้างล่างนี้ค รับ
- http://www.msnpd.org/

---------------------------------------------

สำหรับการติดตั้งนั้นขอข้ามไปเลยเพราะไม่ยุ่งยากอะไร ครับ

เรามาเริ่มใช้งานโปรแกรมกันเลยดีกว่า โดยโปรแกรมจะอยู่ในส่วนของ Start Menu ครับ

Start Menu/All Progarms => MSN Pictures Displayer

เิปิดโปรแกรมมาก็จะพบหน้าต่างสี่เหลี่ยมดังรูป ซึ่งในที่นี้ผมขอแบ่งส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วนนะครับ

Click the image to open in full size.


ขั้นตอนการเลือกภาพมาใช้

ส่วนที่ 1 ส่วนของไดเรกทอรี่ หรือโฟลเดอร์ที่เก็บภาพ


- ให้เราคลิกเลือกโฟลเดอร์ที่เราเก็บภาพไว้

ส่วนที่ 2 เป็นส่วนของไฟล์ภาพที่เก็บอยู่ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกมาจากส่วนที่ 1 ครับ

ส่วนที่ 3 เป็นภาพที่นำมาใช้ใน MSN หรือ Windows Live Messenger ครับ

- คลิกไฟล์ภาพจากส่วนที่ 2 แล้วลากมาใส่ในส่วนที่ 3 ครับ สามารถเลือกลากมาใส่ได้ทีละหลายๆภาพได้เลย โดยในส่วนที่ 3 นี้ ก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนลำดับภาพได้ตามต้องการครับ


ขั้นตอนปรับแต่ง

ส่วนที่ 4 เป็นส่วนของการตั้งค่าที่จะแสดงผลใน MSN หรือ Windows Live Messenger

- สุ่มการลำดับรูป หากเลือกไว้ภาพที่ใช้จะไม่ออกมาตามลำดับ แต่จะสุ่มภาพไปเรื่อยๆ

- แก้ไขข้อความส่วนตัว ปกติจะไม่เลือกไว้ หากเลือกจะมีข้อมูลของข้อความปรากฏ

- ระยะเวลาในการเปลี่ยนรูปถัดไป: ในส่วนนี้ให้เลือกเวลาตามต้องการครับโดยช่องขวาสุดนั ้นเลือกต่ำสุดได้ 5 วินาที

- ยอมให้เปลี่ยนรูปได้เมื่อสถานะของโปรแกรมเป็น: สำหรับในส่วนนี้ก็แล้วแต่ความต้องการของเรา แต่ผมเลือกไว้หมด ^^"

ส่วนดรอป์ดาวน์ข้างล่างนั้นจะเป็นการเลือกภาษาครับ และถ้าใครไม่อยากให้โปรแกรมรันขึ้นมาตอนเปิดเครื่องก ็ให้คลิกเครื่องหมายถูกออกจากคำสั่ง "เริ่มต้นเมื่อเปิดเครื่อง" ออกครับ

เมื่อเราเซ็ตเสร็จทุกอย่างเสร็จแล้วก็ลองล็อกอินจาก MSN หรือ Windows Live Messenger กันเลยแล้วลองดูผลที่ตามมาครับ

ถ้าทุกอย่างไม่ผิดพลาดอะไรโปรแกรมจะทำการเปลี่ยนภาพใ ห้เราตามที่ตั้งค่าเอาไว้ครับ
ฮู่เร่!! Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

ปล. เราสามารถบันทึกงานสไลด์ที่เราต้องการด้วยการคลิกปุ่ มคำสั่ง "บันทึกไฟล์" ครับ โดยไฟล์จะเซฟเป็น นามสกุล .mpd .gif .jpg หรือ .jpeg เวลาจะเปิดใช้ก็คลิกคำสั่งที่ปุ่ม "เปิดไฟล์" แล้วเลือกไฟล์งานที่บันทึกไว้ ส่วนคำสั่ง "ภาพพื้นหลัง" นั้นก็เอาไว้เปลี่ยนพื้นหลังของโปรแกรม MSN Pictures Displayer นั่นเอง