วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

มองข้าม Vista แล้วเลือก Windows 7

นักวิจัยจากการ์ทเนอร์แนะนำลูกค้าให้มองข้าม Windows vista ไปเลย หากยังไม่พร้อมที่จะอัพเกรดระบบปฏิบัติการให้กับคอมพิวเตอร์ในองค์กร โดยให้เหตุผลว่า Windows 7 ที่กำลังจะวางตลาดในปีนี้มีคุณสมบัติการทำงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายในวิสต้าอีกด้วย

การมาของ Windows 7 จึงอาจหมายถีง วาระสุดท้าย (ไม่ต้องเกิดในตลาดองค์กร) ของ Vista จริงๆ โดยประเด็นใหญ่ที่ทำให้องค์กรต่างๆ เมินโอเอสตัวนี้ก็คือ ปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่พบอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพความเร็ว ตลอดจนความไม่มีเสถียรภาพในการทำงานของมัน ซึ่งความคิดเห็นของนักวิจัยทางด้านไอทีของการ์ทเนอร์ แนะนำให้ลูกค้ากลุ่มองค์กรที่ยังไม่พร้อมจะย้ายจาก Windows XP ไปเป็น Vista ให้ยกเลิกแผนการณ์ทั้งหมด

"ไมโครซอฟท์คาดว่าจะสามารถวางตลาด Windows 7 ได้ทันในฤดูชอปปิ้งช่วงวันหยุดปลายปี 2009 องค์กรต่างๆ ที่มีแผนใช้ Windows Vista ควรจะยกเลิกแผนการนี้ไป โดยให้มุ่งเน้นไปที่ Windows 7 แทน" Michael Silver นักวิจัยการ์ทเนอร์ได้เขียนไว้ในรายงานประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาให้เหตุผลว่า Windows 7 มีคุณสมบัติการทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจมากมาย อย่างเช่น BranchCache ที่อนุญาตให้พนักงานที่ทำงานอยู่ในสำนักงานที่ห่างไกลออกไปสามารถรับเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานสาขาแม่ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยข่าวสารดังกล่าวจะถูกเก็บ(caching)ไว้บนเครือข่ายของสำนักงานเอง หรือคุณสมบัติการทำงานที่เรียกว่า AppLocker ที่ช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายไอทีสามารถควบคุมการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ของผู้ใช้ ว่าต้องการให้ใช้ หรือไม่ให้ใช้แอพฯตัวไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติการทำงานเหล่านี้จะมีอยู่ใน Windows 7 Enterprise Edition หรือ Ultimate เท่านั้น

"มองข้าม Vista แล้วเลือก Windows 7" ข้อสรุปของนักวิจัยการ์ทเนอร์ ซึ่งนอกจากการให้เหตุผลด้วยการชูคุณสมบัติเด่นของ Windows 7 แล้ว ในแง่ของการใช้ความพยายามที่จะอัพเกรดจาก XP ไป Vista ไม่ได้ต่างจากการกระโดดไปใช้ Windows 7 เลย โดยเวลาทีใช้ในการอัพเกรดโอเอสของทั้งองค์กรจะไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ ในขณะที่ได้คำตอบของการใช้งานที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีองค์กรใหญ่เพียงแค่หยิบมือเท่านั้นที่ได้ย้ายจาก XP ไปใช้ Vista แล้ว ซึ่งปรากฎว่า ผู้ใช้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่บ่นอุบเกี่ยวกับความต้องการฮาร์ดแวร์ของวิสต้า รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย และความเข้ากันได้ในการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชันที่ใช้อยู่เดิม

ที่มา : ARiP

ไม่มีความคิดเห็น: